จากรสหวานบนปลายลิ้น สู่สัญญาณในเซลล์
SPSweet Protein Ep.2

FOOD BIOCHEMISTRY

จากรสหวานบนปลายลิ้นสู่สัญญาณแคลเซียมในเซลล์

นักวิทยาศาสตร์รู้ได้อย่างไรว่าความหวานในผลไม้เกิดจาก “โปรตีน” และเหตุใดหลักฐานจากการชิม การทำบริสุทธิ์ และตัวรับ TAS1R2/TAS1R3 จึงต้องต่อกันเป็นเรื่องเดียว

01

ยุคที่ลิ้นเป็นเครื่องตรวจวัด

เรื่องเริ่มจากความรู้ของคนท้องถิ่น ไม่ใช่ฐานข้อมูลลำดับโปรตีน

โปรตีนรสหวานรุ่นบุกเบิกไม่ได้ถูกค้นพบจาก BLAST, docking หรือแบบจำลองโครงสร้าง แต่เริ่มจากข้อสังเกตว่า ผลไม้บางชนิดหวานผิดสัดส่วนกับน้ำตาล หรือทำให้ของเปรี้ยวที่กินตามมามีรสหวาน

นักเคมีบดเนื้อผล สกัดด้วยน้ำหรือสารละลายเกลือ แล้วแยกสารเป็น fraction โดยให้ผู้ทดสอบที่ได้รับการฝึกชิมทุกส่วน วิธีนี้เรียกว่า sensory-guided purification ถ้าความหวานยังอยู่หลังแยกน้ำตาลโมเลกุลเล็กออก และเคลื่อนตาม protein fraction เดิมตลอดหลายขั้น ความเป็นไปได้ว่าสารออกฤทธิ์คือโปรตีนก็สูงขึ้น

คำถามชี้ขาดความหวานเคลื่อนตาม protein fraction หรือไม่?

Thaumatin ถูกแยกเป็น thaumatin I/II และตรวจด้วย electrophoresis [1] ส่วน pentadin ถูกสกัดด้วยน้ำ ผ่าน ultrafiltration และ gel filtration แล้วตรวจ amino-acid composition, UV absorption และการย้อมโปรตีน [4] ขั้นเหล่านี้ตอบคนละคำถาม: การชิมบอกกิจกรรม ขณะที่ electrophoresis, chromatography, mass และ sequence บอกตัวตนและความบริสุทธิ์

02 · INTERACTIVE PROTEIN ATLAS

โปรตีนแต่ละตัวถูกพิสูจน์อย่างไร

Thaumatococcus daniellii

เส้นทางการแยก
สกัดด้วยน้ำ → ultrafiltration → gel filtration → ion-exchange chromatography
หลักฐานความหวาน
ติดตามความหวานในแต่ละ fraction ก่อนตรวจ electrophoresis และแยก thaumatin I/II

งานระยะหลังยืนยันการกระตุ้น human sweet-taste receptor และชี้ว่าพื้นผิวประจุบวกของโปรตีนมีบทบาท [11]

ดูเอกสารอ้างอิง →

Dioscoreophyllum cumminsii

เส้นทางการแยก
สารสกัดน้ำ → ammonium-sulfate fractionation → ion exchange
หลักฐานความหวาน
sensory comparison กับ sucrose ร่วมกับ electrophoresis และ amino-acid analysis

เมื่อโครงสร้างสองสายคลายตัวด้วยความร้อน ความหวานลดลง แสดงว่ารูปร่างสามมิติสำคัญ

ดูเอกสารอ้างอิง →

Capparis masaikai

เส้นทางการแยก
NaCl 0.5 M → ammonium sulfate → chromatography → วิเคราะห์สาย A/B
หลักฐานความหวาน
ชิมเทียบ sucrose และทดสอบซ้ำหลังให้ความร้อน ก่อนหาลำดับและ disulfide pattern

ความหวานหลังให้ความร้อนทำให้ mabinlin II เด่นจาก homolog ที่เสถียรน้อยกว่า [3]

ดูเอกสารอ้างอิง →

Pentadiplandra brazzeana

เส้นทางการแยก
สกัดด้วยน้ำ → ultrafiltration → gel filtration
หลักฐานความหวาน
activity-guided tasting ร่วมกับ UV spectrum, Coomassie staining และ amino-acid analysis

เป็นต้นแบบของการสำรวจผลไม้ป่า: เริ่มจากสารสกัดน้ำ แล้วพิสูจน์ว่ากิจกรรมอยู่ในโมเลกุลชนิดโปรตีน [4]

ดูเอกสารอ้างอิง →

Pentadiplandra brazzeana

เส้นทางการแยก
chromatography → ตรวจมวล/ลำดับ → NMR และ mutagenesis ในงานระยะหลัง
หลักฐานความหวาน
sensory comparison กับ sucrose 2% และ 10%; ภายหลังทดสอบกับ hT1R2/hT1R3

ค่าความหวานสัมพัทธ์ขึ้นกับความเข้มข้น sucrose ที่ใช้เทียบ จึงไม่ควรกล่าวเป็นตัวเลขเดียวโดยไม่บอก reference solution [5]

ดูเอกสารอ้างอิง →

Synsepalum dulcificum

เส้นทางการแยก
NaCl 0.5 M → ammonium sulfate → CM-Sepharose → ConA-affinity
หลักฐานความหวาน
ให้โปรตีนสัมผัสระบบรับรสก่อน แล้วให้กรดตาม; ภายหลังวัด receptor response หลายค่า pH

ถ้าทดสอบเฉพาะ pH เป็นกลาง อาจสรุปผิดว่าไม่มีฤทธิ์ [6][10]

ดูเอกสารอ้างอิง →

Curculigo latifolia

เส้นทางการแยก
NaCl 0.5 M → ammonium sulfate → ion exchange → gel filtration → recombinant protein
หลักฐานความหวาน
sensory-guided purification แล้วตามด้วย HEK293T–hT1R2/hT1R3 calcium imaging และ pH assay

มีทั้งความหวานโดยตรงและ acid-induced sweetness จึงต้องทดสอบสองโหมด [7][9]

ดูเอกสารอ้างอิง →

แตะชื่อโปรตีนเพื่อเปิดรายละเอียด · ใช้ปุ่มด้านบนเพื่อกรองตามชนิดกิจกรรม

03 · THE TURNING POINT

เมื่อความรู้สึกหวาน กลายเป็นสัญญาณที่วัดได้

เมื่อพบว่า human sweet-taste receptor เป็น heterodimer ของ TAS1R2 และ TAS1R3 นักวิจัยจึงเปลี่ยนคำถามจาก “ผู้ชิมรู้สึกหวานหรือไม่” เป็น “สารนี้กระตุ้นตัวรับมนุษย์หรือไม่” [8]

ในระบบเซลล์ ยีนตัวรับและ G-protein ที่เหมาะสมถูกแสดงใน HEK293/HEK293T เมื่อโปรตีนกระตุ้นตัวรับ เส้นทาง PLC–IP₃ ทำให้ Ca²⁺ ภายในเซลล์เพิ่มขึ้น calcium-sensitive dye จึงเปลี่ยน fluorescence งาน recombinant neoculin ใช้แนวทางนี้เทียบโปรตีนผลิตใหม่กับ native protein พร้อม positive และ negative controls [9]

01
Sweet proteinสัมผัสพื้นผิวตัวรับ
02
TAS1R2/TAS1R3heterodimer เปลี่ยน conformation
03
G-protein → PLC–IP₃ส่งต่อสัญญาณภายในเซลล์
04
Ca²⁺ fluorescenceสัญญาณที่เครื่องอ่านวัดได้
04

อย่าทดสอบทุกโปรตีนด้วยเงื่อนไขเดียวกัน

ความหวานโดยตรง กับการเปลี่ยนรส ต้องใช้ assay คนละจังหวะ

Thaumatin, monellin, mabinlin, pentadin และ brazzein สร้างความหวานโดยตรง แต่ miraculin ต้องเกาะระบบรับรสก่อน และอาศัยกรดเป็นตัวกระตุ้น ส่วน neoculin ทำได้ทั้งสองแบบ

A · Direct sweetness

เติมโปรตีน → วัดทันที → สร้าง dose–response เทียบ sucrose หรือสารมาตรฐาน

ThaumatinMonellinBrazzeinMabinlin

B · Acid-induced sweetness

บ่มกับโปรตีน → ล้าง → เติมกรดหลาย pH → เทียบ acid-only และ mock-cell controls

MiraculinNeoculin

ลองเปลี่ยนเงื่อนไขของ miraculin

Miraculin + TAS1R2/TAS1R3โปรตีนอยู่บนตัวรับ
Ca²⁺ responseการตอบสนองสัมพัทธ์

ที่ pH เป็นกลาง miraculin ไม่ให้ความหวานเด่น จึงเห็นสัญญาณต่ำ

แบบทดลองนี้สื่อหลักการ ไม่ใช่ข้อมูลเชิงปริมาณจริง งาน receptor assay พบว่าการตอบสนองต่อ miraculin ขึ้นกับภาวะกรดและ human TAS1R2/TAS1R3 [10]

05 · EVIDENCE FLOW

คำกล่าวว่า “นี่คือโปรตีนรสหวาน” ต้องผ่านหลักฐานกี่ชั้น?

ตรรกะนี้รวมงานค้นพบดั้งเดิมกับมาตรฐานยืนยันที่ใช้ได้ในงานสมัยใหม่

1Phenotypeผลหวานผิดปกติ หรือเปลี่ยนรสอาหารที่กินตาม
2Fractionationกิจกรรมอยู่ในส่วนโมเลกุลใหญ่หลังแยกน้ำตาล
3Pure proteinกิจกรรมติดตาม single band และ defined mass
4Receptorกระตุ้น hTAS1R2/hTAS1R3 แต่ไม่กระตุ้น mock cells
5Recombinantยีนผู้สมัครสร้างโปรตีนที่ให้ activity ซ้ำได้
ข้อควรระวัง: SDS-PAGE บอกว่าตัวอย่างมีโปรตีน และ docking บอกว่าแบบจำลองอาจเข้ากันได้—แต่ทั้งสองอย่างยังไม่พิสูจน์รสหวาน หากไม่มี functional activity จาก receptor assay หรือ sensory evaluation ที่ควบคุมเหมาะสม

บทสรุปสำหรับผลไม้ไทย

เปลี่ยน “ลิ้นนำทาง” ให้เป็น “receptor นำทาง”

การสำรวจผลไม้ไทยที่ไม่ทราบองค์ประกอบควรเริ่มจากกำจัดน้ำตาล แยกส่วนโปรตีน และใช้ hTAS1R2/hTAS1R3 ติดตาม activity ระหว่าง chromatography จากนั้นระบุโปรตีนด้วย LC–MS/MS หา transcript ในผล และผลิต recombinant protein เพื่อยืนยันซ้ำ การทดสอบกับมนุษย์ควรเป็นขั้นท้าย หลังประเมินพิษ สารก่อภูมิแพ้ และผ่านจริยธรรม

REFERENCES

เอกสารอ้างอิง

  1. 1

    van der Wel H, Loeve K. Isolation and characterization of thaumatin I and II, the sweet-tasting proteins from Thaumatococcus daniellii Benth. Eur J Biochem. 1972;31:221–225. PubMed ↗

  2. 2

    Morris JA, Cagan RH. Purification of monellin, the sweet principle of Dioscoreophyllum cumminsii. Biochim Biophys Acta. 1972;261:114–122.

  3. 3

    Liu X, et al. Purification, complete amino acid sequence and structural characterization of the heat-stable sweet protein, mabinlin II. Eur J Biochem. 1993;211:281–287. PubMed ↗

  4. 4

    van der Wel H, et al. Isolation and characterization of pentadin, the sweet principle of Pentadiplandra brazzeana Baillon. Chem Senses. 1989;14:75–79. Article ↗

  5. 5

    Ming D, Hellekant G. Brazzein, a new high-potency thermostable sweet protein from Pentadiplandra brazzeana B. FEBS Lett. 1994;355:106–108. PubMed ↗

  6. 6

    Theerasilp S, Kurihara Y. Complete purification and characterization of the taste-modifying protein, miraculin, from miracle fruit. J Biol Chem. 1988;263:11536–11539. PubMed ↗

  7. 7

    Yamashita H, et al. Purification and complete amino acid sequence of a new type of sweet protein with taste-modifying activity, curculin. J Biol Chem. 1990;265:15770–15775. PubMed ↗

  8. 8

    Li X, et al. Human receptors for sweet and umami taste. PNAS. 2002;99:4692–4696. DOI ↗

  9. 9

    Nakajima K, et al. Extracellular production of neoculin, a sweet-tasting heterodimeric protein with taste-modifying activity, by Aspergillus oryzae. Appl Environ Microbiol. 2006;72:3716–3723. Full text ↗

  10. 10

    Koizumi A, et al. Human sweet taste receptor mediates acid-induced sweetness of miraculin. PNAS. 2011;108:16819–16824. PubMed ↗

  11. 11

    Ide N, et al. Interactions of the sweet-tasting proteins thaumatin and lysozyme with the human sweet-taste receptor. J Agric Food Chem. 2009;57:5884–5890. PubMed ↗